เปิดแอร์อย่างไร ประหยัดค่าไฟมากที่สุด!!

อากาศร้อน ๆ  ถือเป็นปัญหากับการใช้ชีวิตของคนเราเป็นอย่างมาก ซึ่งหลายคนก็มองหาวิธีคลายร้อนในรูปแบบต่างกัน โดยวิธีที่ง่ายและรวดเร็วที่สุดคงจะหนีไม่พ้น การเปิดแอร์เย็น ๆ เพื่อคลายร้อนไปเลยทั้งวัน เหมือนที่หลาย ๆ คนเลือกทำกัน แต่อย่างไรก็ตาม การเปิดแอร์ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องความร้อน อาจจะเป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็ว แต่วิธีดังกล่าวกลับทำให้เกิดปัญหาอีกอย่างตามมาคือปัญหาภาระค่าใช้จ่ายในการจ่ายค่าไฟ

 แต่รู้ไหมคะว่า หากเรามีเทคนิค การเปิดแอร์ อย่างถูกวิธี จะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไปได้มากเลยทีเดียว ซึ่งวันนี้เราได้นำเทคนิคการเปิดแอร์แบบประหยัดค่าไปมาฝากทุกคนกันค่ะ ว่าแต่จะมีเทคนิคไหนบ้าง ตามไปดูกันเลย!

เปิดแอร์อย่างไร ประหยัดค่าไฟมากที่สุด!!

1. ต้องประหยัดไฟเบอร์ 5

การเลือกแอร์ที่ประหยัดไฟ เป็นปัจจัยแรกที่ควรนึกถึงทุกครั้งที่เลือกซื้อ และเป็นที่ทราบกันดีว่า ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เป็นระดับความประหยัดไฟฟ้าสูงที่สุดออกโดยกระทรวงพลังงาน และจะมีตรากระทรวงประทับอยู่บนฉลากเสมอ แอร์ประหยัดไฟเบอร์ 5 จึงเป็นแอร์ที่ควรได้รับการพิจารณาเป็นอันดับต้น ๆ เมื่อเลือกซื้อแอร์ติดตั้งภายในบ้าน ฉะนั้นใครที่กำลังเลือกซื้อแอร์ แนะนำเป็นแอร์ประหยัดไฟเบอร์ 5 นะคะ เพราะการเลือกแอร์ถือว่ามีผลต่อการจ่ายค่าไฟ

เปิดแอร์อย่างไร ประหยัดค่าไฟมากที่สุด!!

2. ติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม

การติดตั้งแอร์ในตำแหน่ง ที่เหมาะสม ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยประหยัดค่าไฟได้ค่ะ โดยให้เลือกบริเวณที่ติดตั้งสามารถกระจายลมได้ทั่วถึงทั้งห้อง ไม่มีสิ่งกีดขวาง และไม่ควรติดตั้งในมุมอับ หลีกเลี่ยงการติดตั้ง FCU ในบริเวณที่ใกล้กับประตู หน้าต่าง หรือพัดลมดูดอากาศเพราะจะทำให้อากาศเย็นภายใน ถูกความร้อนภายนอกไหลเข้ามาแทนที่ได้ง่าย อย่าติดชิดผนังที่รับแดดจัด หรือทิศตะวันตก เพราะจะทำให้แอร์ทำงานหนัก ยิ่งเป็นห้องนอนที่ต้องอยู่อาศัยในช่วงเย็นด้วยแล้ว ยิ่งควรหลีกเลี่ยงเลยค่ะ

เปิดแอร์อย่างไร ประหยัดค่าไฟมากที่สุด!!

3. เลือกขนาดที่พอดีกับพื้นที่ภายในห้อง

การเลือกขนาดแอร์ ให้เลือกขนาด BTU ตามความเหมาะสม ควรเลือกตามขนาด ของห้อง สามารถคำนวณโดยใช้สูตรพื้นที่ห้อง x ค่า Cooling Load Estimation = ค่า BTU ที่เหมาะสม และค่าประเมิน Cooling Load Estimation ที่เหมาะสมกับแต่ละห้อง มีดังนี้

ห้องนอน 700-750 BTU/ตารางเมตร

ห้องนั่งเล่น 750-850 BTU/ตารางเมตร

ห้องทานอาหาร 800-950 BTU/ตารางเมตร

ห้องครัว 900-1000 BTUตารางเมตร

ห้องทำงาน 800-900 BTU/ตารางเมตร

ห้องประชุม 850-1000 BTU/ตารางเมตร

โดยสูตรนี้ใช้คำนวณ ในกรณีที่ความสูง ของเพดานที่สูงไม่เกิน 3 เมตรเท่านั้นนะคะ ถ้าห้องมีความสูงมากกว่าและมีปัจจัยอื่น ๆ เพิ่มขึ้น อย่างเช่น จำนวนผู้อยู่อาศัย เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือพื้นที่กระจกภายในห้อง จะต้องบวกค่า BTU เพิ่มด้วย หากเลือกขนาดของ BTU มากติดตั้งในห้องขนาดเล็กก็จะเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ

เปิดแอร์อย่างไร ประหยัดค่าไฟมากที่สุด!!

4. ตั้งอุณหภูมิให้พอเหมาะ

โดยทั่วไปแล้วเรามักจะเปิดแอร์อยู่ที่ 25-26 องศา หากเกินนี้จะรู้สึกร้อนเกินไป แต่หากเลือกเปิดแอร์ที่อุณหภูมิ 28-30 องศา แล้วเลือกเปิดพัดลม เพื่อเพิ่มความเร็วลม ในห้อง เราจะยังรู้สึกเย็นสบายอยู่เช่นเดิม และช่วยประหยัดพลังงานได้มาก เพราะเครื่องปรับอากาศจะทำงานเบาลง แต่ถ้าหากเป็นช่วงเวลานอนควรตั้งอุณหภูมิไว้ ไม่ต่ำกว่า 28 องศา เนื่องด้วยในช่วงเวลาที่เราหลับร่างกายจะไม่สามารถปรับอุณหภูมิตามสภาพอากาศได้จึงควรตั้งอุณหภูมิที่สูงไว้ เป็นการช่วยประหยัดพลังงานได้อีกทาง

เปิดแอร์อย่างไร ประหยัดค่าไฟมากที่สุด!!

5. ถ่ายเทความร้อน

ช่วงเวลาที่ไม่ได้ใช้ห้อง หรือก่อนเปิดแอร์สักประมาณ 15 นาที ควรเปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศบริสุทธิ์ภายนอกเข้าไปแทนที่อากาศภายในห้อง ทั้งยังช่วยลดกลิ่นต่างๆ ให้น้อยลง โดยไม่จำเป็นต้องเปิดพัดลมระบายอากาศซึ่งจะทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้น

6. หลีกเลี่ยงการนำเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้าห้อง

เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้อง อย่างเช่น ตู้เย็น เครื่องทำน้ำร้อน เครื่องถ่ายเอกสาร หม้อหุงข้าว เครื่องชงกาแฟ กาต้มน้ำไฟฟ้า รวมทั้งการเปิดไฟมากเกินความจำเป็น คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อุณหภูมิห้องสูงขึ้นและทำให้เครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักขึ้นด้วย ดังนั้นชิ้นไหนไม่จำเป็น จึงควรย้ายออกจากห้องและควรเปิดไฟแต่พอดี

7. ไม่นำความชื้นเข้าห้อง

สำหรับเมืองไทยพลังงาน ที่ใช้ในการทำความเย็น ของเครื่องปรับอากาศนั้นมีแค่ 30 % เท่านั้น ส่วนที่เหลืออีก 70 % เป็นการใช้เพื่อทำให้อากาศในห้องนั้นแห้งลง ดังนั้นหากต้องการให้แอร์ทำงานน้อยก็อย่าเอาของ ที่มีความชื้นเข้าไปไว้ในห้องที่ปรับอากาศเช่นกระถางต้นไม้ การตากผ้า หรือทำบานเกล็ดระบายอากาศของประตูห้องน้ำในห้อง

8. งดกิจกรรมทำความร้อน

งดกิจกรรมที่ทำให้ห้องร้อน เช่น ลดการสูบบุหรี่ภายในห้องที่มีปรับอากาศ เนื่องจากการสูบบุหรี่ในห้องปรับอากาศ จะต้องเปิดพัดลม ระบายอากาศ เพื่อระบายควัน และกลิ่นออกจากห้อง การถ่ายอากาศส่วนหนึ่ง ออกจากห้องและปล่อยให้อากาศภายนอก เข้ามาทดแทน จะทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้น เพื่อปรับอุณหภูมิ ภายในห้องให้เย็นเท่าเดิม

9. ใช้ผ้าม่าน

ผ้าม่านทำหน้า ที่กันความร้อน อีกชั้นไม่ให้เข้าสู่ พื้นที่ภายในบ้าน โดยทั่วไปแล้วม่านหน้าต่างจะนิยมติดตั้ง 2 โดยชั้นแรกจะ เป็นม่านกรองแสง ที่ช่วยบังตาจากภายนอก ส่วนอีกชั้นจะเป็นผ้าม่านหนาที่นอกจากจะช่วยสร้างความงามให้ห้องด้วยลวดลายสีสันที่หลากหลายแล้ว ม่านหนานี้ยังทำหน้าที่กันความร้อนจากภายนอกไม่ให้ เข้าสู่ภายในห้องโดยตรงด้วย

10. ตั้งอุณหภูมิที่ประมาณ 27-28 องศาเซลเซียส แล้วเปิดพัดลมเสริม

การตั้งอุณหภูมิ ในห้องสูงขึ้น จะประหยัดพลังงานได้ โดยปกติแล้วก็จะตั้งได้สูงสุดประมาณ 25-26 องศา มิฉะนั้นจะร้อนเกินไป แต่ถ้าเราเปิดพัดลมช่วย “เพิ่มความเร็วลม” ในห้อง เราจะสามารถตั้งอุณหภูมิได้สูงถึง 28-30 องศา (เพิ่มอุณหภูมิ) โดยยังเย็นสบายเหมือนเดิม (มีระดับความสบายเชิงความร้อนเท่ากัน) โดยจะช่วยประหยัดพลังงานได้มา

และทั้งหมดนี้ คือเทคนิคในการเปิดที่แอร์ ที่หลาย ๆ คนควรรู้ เพราะถือว่าเป็นเทคนิคสำคัญที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายภายในบ้าน แถมอากาศภายในห้องยังเย็นสบายอยู่เหมือนเดิม ใครที่กำลังมองหาเทคนิคการเปิดแอร์อย่างถูกวิธีอยู่ รับรองได้เลยว่าเทคนิคที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ จะทำให้คุณประหยัดค่าไฟได้ดีเลยทีเดียวค่ะ

เปิดพิกัด 5 ที่พักเกาะลันตา ที่คุณห้ามพลาด!! ที่พักเกาะลันตา เป็นอีกหนึ่งเกาะที่ได้ชื่อว่าเป็น “หาดสวรรค์” ตั้งอยู่ในเขตน่านน้ำ ของจังหวัดกระบี่ โดยใครที่อยากจะไปชมทะเลอันดามันของท้องทะเลภาคใต้ ห้ามพลาดที่นี่เลย

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม : 5 ขั้นตอนพื้นฐานของสล็อตออนไลน์ที่ทำให้คุณได้เงินก้อนโต