เทศกาลดนตรีในไทย ที่ต้องไปสักครั้ง!

เทศกาลดนตรีในไทย

ประเทศไทยของเราไม่ได้มีเพียงสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ เพียงเท่านั้น เพราะประเทศของเรายังมีเทศการดนตรี(มิวสิกเฟสติวัล)ที่เป็นที่นิยมของนักท่องเทียวที่ชอบเสียงเพลงมากมายหลากหลายแนว ซึ่งแต่ละเทศกาลดนตรี(มิวสิกเฟสติวัล)มีศิลปินตบเท้ากันขึ้นเวทีมากหน้าหลายตา วันนี้เราจึงจะพาไปชมว่า เทศกาลดนตรีในไทย มีที่ไหนน่าสนใจบ้าง

เทศกาลดนตรีในไทย

1.Big mountain

Big mountain

เทศกาลดนตรีที่ใหญ่สุดของประเทศ เป็นหนึ่งในมหกรรมดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการดนตรีเพลงไทย โปรดักชั่นในงานก็ยิ่งใหญ่ขึ้นทุกปี ซึ่งปีนี้ทางทีมจัดงานก็ได้เนรมิตความอลังการขึ้นมาแบบไม่น้อยหน้าปีก่อนๆเลย ถ้าเห็นแบบนี้แล้วอาจทำให้หลายคนนึกถึงความเจ๋งของงานในปีหน้าตั้งแต่งานในปีนี้ยังไม่จบเลยก็เป็นได้

สำหรับบัตรเข้างานก็มีให้เลือกตามใจชอบได้เลย บัตรคอนเสิร์ตจะมี 2 แบบ คือ บัตรปกติ ราคา 2,500 บาท รถบ้านโซน วากิว VVIP ราคา 35,000 บาท

2. Wonderfruit Festival

เป็นอีกหนึ่งสีสันของช่วงสิ้นปีเลยก็ว่าได้ สำหรับงาน วันเดอร์ฟรุ๊ต” หรือ Wonderfruit Festival จัดเต็มความสนุกถึง 5 วันต่อเนื่อง ตลอด 24 ชม. นอกจากเสียงดนตรีปลุกเร้าความมันส์ให้อยู่นิ่งไม่ได้แล้ว อีกหนึ่งสีสันที่น่าจับตา มองไม่เบื่อเลย คงต้องยกให้กับ “แฟชั่น” ของผู้มาร่วมงานทั้งหลาย ซึ่งจัดว่ามาเต็มเข้ากับงานมาก วันเดอร์ฟรุ๊ตเฟสติวัลไม่ใช่เทศกาลดนตรี แต่รวมไปถึงศิลปะ อาหาร เวิร์คช็อป การพูดคุยสร้างแรงบันดาลใจ และกิจกรรมเพื่อสุขภาพต่าง ๆ ในงานมีให้เหล่านักท่องเที่ยวได้เลือกว่าชอบดนตรีแนวไหน เพราะมีเวทีให้เลือกมากมายรวมถึงมุมศิลปะอีกมากมาย

สำหรับราคาบัตรเข้างานก็จะมีทั้งรูปแบบของผู้ใหญ่และรูปแบบนักศึกษา ราคาบัตรเข้างาน ผู้ใหญ่ (20 ปีขึ้นไป) 5,000 บาท และวัยรุ่น-นักศึกษา (12-19ปี) 3,500 บาท

3. E-SAN MUSIC FESTIVAL

 E-SAN MUSIC FESTIVAL

สัญลักษณ์ ‘Peace’ ขนาดใหญ่ที่ถูกชูขึ้นฟ้าสะดุดตาผู้พบเห็นแต่ไกล ถือเป็นสัญลักษณ์ของการมาถึงเกาะอีสานเขียว พื้นที่จัดงาน ‘E-SAN MUSIC FESTIVAL’ ถือเป็นหนึ่งในเทศกาลดนตรีสำหรับผู้คลั่งไคล้ในไลฟ์สไตล์วัยรุ่นยุคฮิปปี้ 1960/70s  ซึ่งหลงไหลในการแบกเป้ เดินทางท่องเที่ยว เสพดนตรีกลางแจ้ง ในแนวเพลง Reggae และ Rock n Roll  ที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสานเวลานี้

เริ่มแรกพวกเราคือกลุ่มผู้ที่รักในไลฟ์สไตล์ที่เหมือนกัน พวกเราชอบการฟังเพลง ดูหนัง แบกเป้เดินทางท่องเที่ยวคล้ายกับคนในยุคฮิปปี้ 1960/70s ไอเดียตอนแรกที่เกิดขึ้นคือ อยากทำในสิ่งที่ชอบ สนองจิตใจเท่านั้น จึงเกิดเป็นงานดนตรีขึ้น ส่วนที่มาของการจัดงานเทศกาลนี้คือ พวกเรามีแต่ไปเที่ยวงานคอนเสิร์ตของคนอื่น  เช่นที่ ปาย, เขาใหญ่ จึงเกิดไอเดียอยากจัดงานลักษณะนี้ที่ขอนแก่น ส่วนหนึ่งพวกเราอยากทำให้คนรู้จักขอนแก่นมากขึ้นกว่าเดิมด้วย อีกอย่างคือปีนี้มีสิ่งพิเศษที่พวกเราพร้อมนำเสนอคือ สัญลักษณ์ “Peace” หรือ สันติภาพ ซึ่งเราสำรวจมาแล้ว พบว่าใหญ่ที่สุดในโลก

สำหรับราคาบัตรเข้างานคือถูกสุด ๆ เพียงแค่หลักร้อยเท่านั้น แต่บอกเลยว่าบรรยากาศนั้นสุดคุ้ม หากใครยังไม่เคยได้ไปแนะนำเลยว่าต้องไปลอง

4. Season of Love Song

เมื่อพูดถึงเทศกาลดนตรีแห่งความสุข นาทีนี้ต้องยกให้ Season of Love Song เป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ทุกคนรอคอย ภายในงานมีกิจกรรมและโซนต่าง ๆ โซนกิจกรรม Popsitive Zone ที่อัดแน่นด้วยกิจกรรมเพื่อบันทึกความทรงจำและส่งต่อความคิดถึง ไม่ว่าจะเป็น Photo Booth ให้คุณได้ Snapping The Moment ช่วงเวลาแห่งความสนุกร่วมกับคนพิเศษของคุณ Sending The Postcard ส่งไปรษณีย์ถึงคนที่คิดถึงจากภายในงาน Selecting The Reminder ตู้คีบของที่ระลึกของงาน SoLS 10 นอกจากนี้ยังมีมุมขายของที่ระลึกของงานไว้ให้คุณได้ Collecting The Memory ช่วงเวลาแห่งความสุข ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ Limited Edition ครบรอบ 10 ปี ผ้าห่มน้องแกะ โปสการ์ดและแสตมป์ SoLS10 Collection และที่พลาดไม่ได้คือ Cap. & Cal. Zone โซนอาหารที่รวบรวมร้านเด็ดร้านดัง

สำหรับบัตร  Friend Sheep “แกะเพื่อนซี้” ซื้อบัตร 2 ใบ ในราคา 2,200 บาท (จากปกติ 3,000 บาท) จำนวนจำกัด 1,010 ชุดเท่านั้น  Double V Sheep “เพื่อนซี้สุดหรู กินอยู่สบาย” ในราคา 7,000 บาท สิทธิพิเศษ !! สำหรับชาว VIP จะได้รับบัตรคอนเสิร์ต SoLS10 จำนวน 2 ใบ, Welcome Drink 4 กระป๋อง, Fast Lane, ห้องน้ำภายในโซน, ที่จอดรถ VIP

5. MAYA Music festival

ทศกาลดนตรีมายา เป็นงานเทศกาลดนตรีกลางแจ้งระดับอินเตอร์เนชั่นแนลของไทย ที่จัดบนสนามหญ้าพื้นที่กว่า 300 ไร่ รวบรวมศิลปินระดับโลกหลากหลายแนวเพลง อาทิ ป็อป ร๊อค อินดี้ อิเล็กทรอนิกส์ และอื่น ๆ เป็นต้น

MAYA Music festival มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น เฟสติวัลที่มีกลิ่นอายศิลปะและวัฒนธรรมไทย มาผสมผสานกับความเป็นสากล ซึ่งคอนเซ็ปต์นี้จะออกมาในทุก ๆ งานดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศ แสงสีเสียง หรือแม้แต่โครงสร้างของเวทีหลัก อาทิ หนุมานหรือพญานาคขนาดใหญ่ เป็นต้น สำหรับ การจัดงานด้วยรูปแบบการนำวงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์มาเล่นนั้นง่ายกว่าการใช้วงดนตรีสดมาก เราจึงเลือกเพลงอิเล็กทรอนิกส์มาเป็นคีย์หลักของงาน โดยนำเสนอด้วยเพลง EDM ซึ่งเป็นแนวเพลงที่บูมมากในต่างประเทศ ในขณะที่เมืองไทยเริ่มมีคนสนใจและสนุกไปกับแนวดนตรีนี้

สำหรับราคาบัตร MAYA Music festival มีให้เลือกมากมายหลายราคาแล้วแต่สะดวกและเงินในกระเป๋า มีตั้งแต่ราคาบัตร

1.GA (2 Days) : 3,900 (Tier1)

2.GA Plus (GA+Pool 2 Days) : 5,115

3.VIP Table : 110,200 (6 People)

4.VVIP Table : 330,600 (6 People)

5.Crown Table : 1,500,000 (20 People)

6.RV Camping (GA) : 35,440 (4 People)

7.VIP RV Camping (VIP Standing) : 79,610 (6 People)

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับงานเทศกาลดนตรีในประเทศไทย มีให้เลือกอย่างหลากหลายแนว สามารถสนุกได้เทียบเท่ากับงานใหญ่ในต่างประเทศเลยก็ว่าได้ หากใครที่มีเวลาว่างก็สามาถไปเที่ยวหาเพื่อนใหม่ได้เพราะไม่ใช่เพียงแค่คนไทยที่นิยมไปเพียงเท่านั้น ยังมีเหล่านักท่องเที่ยวที่เป็นคนต่างชาติมากมาย

ไม่ใช่แค่ที่ไทยยังไม่ได้มีแค่สถานที่สวย ๆ แล้วมีเฟสติวัล แต่ที่พม่าก็ไม่ได้มีแค่วัดเหมือนกัน พม่า ไม่ได้มีดีแค่ไหว้พระนะ! รู้ยัง?  พม่ายังมีเสน่ห์การท่องเที่ยวอีกมากมาย รอให้ท่านเดินทางไปสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นด้านการช็อปปิ้ง หรือคาเฟ่รูปแบบต่าง ๆ

อ่านบทความเพิ่มเติม 5 ซีรี่ส์น่าดูของอีจงซอก